สัมภาษณ์สองนักแสดงจากคาเมนไรเดอร์ริวคิ กับคำถามที่เพาะบ่มมากว่า 16 ปี และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากซีรี่ส์ออกฉาย วันนี้ทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากที่เคยไล่ฆ่ากันในจอ พร้อมกับการเปิดตัวของสะสมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ … CSM V-Buckle

สัมภาษณ์สองนักแสดงจากคาเมนไรเดอร์ริวคิ กับคำถามที่เพาะบ่มมากว่า 16 ปี และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากซีรี่ส์ออกฉาย วันนี้ทั้งสองกลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากที่เคยไล่ฆ่ากันในจอ พร้อมกับการเปิดตัวของสะสมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ … CSM V-Buckle

====================================

อาจจะเคยรู้กันไปแล้ว :

– เรียวเฮย์ โอได พ่อบ้านใจกล้าหน้าใหม่ที่เพิ่งแต่งงานไปเมื่อเดือนก่อน ใครจะรู้ว่าไรเดอร์สุดยอดทนายความคนนี้ ตัวจริงแกเป็นคอลัมน์นิสต์ให้นิตยสารเกี่ยวกับกันดั้มพลาโม และแกยังเป็นพลาโมเดลเลอร์ขั้นเทพที่หาตัวจับยากคนหนึ่งของวงการ

– ทาคาชิ ฮากิโนะ เจ้าของบทไรเดอร์งูและฆาตกรโรคจิตในตำนาน ก่อนหน้าพี่แกเป็นพระเอกในวงการโทคุฯมาแล้ว หากจำกันได้ “เชนจ์เจอร์เรี่ยน” เรื่องที่โดนสั่งตัดจบเพราะความนิยมตกต่ำนั่นล่ะ ผลงานของพี่เค้าเลย

 

 

 

Q : ความสัมพันธ์ระหว่างคิตาโอกะกับอาซากุระในเรื่อง มันเป็นความสัมพันธ์แบบไหนกันครับ?

ฮากิโนะ : ก็ตั้งแต่เริ่มเรื่อง อาซากุระเป็นคนไล่ล่าก่อนสิเนอะ?
โอได : ในบทมันไม่ได้เขียนอะไรไว้ละเอียดเท่าไหร่ครับ ผมเลยตีความไม่ได้ว่าไอ้หมอนี่มันเกลียดผมได้ยังไง (ฮา)

ฮากิโนะ : ใช่ครับ เพราะบทมาถึงก็สั่งให้แค้นเค้าไว้ก่อนเลย เพราะตามสไตล์ของซีรี่ส์ช่วงนั้นที่เน้นให้มีปริศนาเยอะ ๆ ไว้ก่อน จากนั้นค่อยมาคลายปมออกทีหลัง
โอได : มารู้เหตุผลทีหลังนี่ ผมยังโกรธตัวเองเลย (ฮา)
ฮากิโนะ : โกรธแรงเลยล่ะ (ฮา)

.
.
.
.
.
.

Q : ความลับของคาแรคเตอร์ที่คุณฮากิโนะรับบทมา เปิดเผยในตอนที่ 17 ว่าเค้าคือบุคคลอันตรายในคุก และบังเอิญได้รับตลับการ์ดมาเพื่อเข้าร่วมในเกมครั้งนั้น ซึ่งก็ทำให้รูปแบบของเกมเอาชีวิตรอดมันดุเดือดขึ้น ถ้าว่ากันตามจริงแล้ว นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกสำหรับซีรี่ส์ในยุคนั้นเลยนะครับ

ฮากิโนะ : ไม่แปลกก็บ้าแล้วครับ ซีรี่ส์สำหรับเด็กฉายแปดโมงเช้าวันอาทิตย์ แล้วให้ไรเดอร์มาไล่ฆ่ากันตอลดทั้งปีเนี่ย ดูยังไงก็ไม่ปรกติชัด ๆ
โอได : ผมว่ามันน่าสนใจดีนะครับ ไอ้เรื่องการต่อสู้ระหว่างไรเดอร์ด้วยกันเอง ความสนุกของพวกเราก็คือตอนพากย์เสียงนี่ล่ะฮะ เพราะมีฉากที่ต้องอัดกันเองบ่อยมาก

ฮากิโนะ : ไม่ต่างกันครับ
โอได : เพราะในฉากบางคัร้งเราก็ไม่รู้ว่าใครต่อยใคร ผมเองก็ต้องทำเสียง “ฮึบ!” แต่อีกใจก็อยากจะกระซิบถามนะ ว่าเฮ้ย … นี่ผมกำลังต่อยใครอยู่น่ะ (ฮา) เพราะบางครั้งมันก็ดูมั่วปนกันไปหมดจริง ๆ

ฮากิโนะ : เพราะงั้นอาซากุระเลยไล่กระทืบทุกคนไงครับ (ฮา)
โอได : โอจานี่เป็นตัวละครที่โคตรโกงตัวนึงเลยก็ว่าได้ครับ พี่แกสามารถยูไนท์มอนฯตั้งสามตัวให้มาเป็นของตน เลยคิดว่าไอ้หมอนี่มันเด็กเส้นแน่ ๆ

ฮากิโนะ : ยังจำท้ายตอนที่ 17 ได้ดีเลยครับ บทที่ผมต้องพูดว่า “หงุดหงิดจังเลย อยู่ในคุกแบบนี้” (*พากย์ไทยเสียงน้าต๋อย) ฉากนั้นมีกระแสตอบรับค่อนข้างเยอะครับ ว่าตกลงแล้วนี่มันซีรี่ส์เด็กแน่เหรอ? อันนี้อิงตามที่โปรดิวเซอร์ชิราคุระคอมเมนท์มาน่ะครับ
โอได : สุดยอดดีออก

ฮากิโนะ : แน่ใจเหรอ ลองโดนหาว่าชั่วยันกระดูกทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรดูสิแหม่ … แค่ทำหน้าแบบนั้นพูดไดอะล็อคนั้นทีเดียว ดูชั่วกว่าใครในเรื่องเลย (ฮา)
โอได : เอาจริง ๆ ผมก็อิจฉาเค้านะ เพราะผมเองยังตีความในบทบาทของคิตาโอกะช่วงนั้นไม่ได้เลย จนกระทั้งอาซากุระโผล่ออกมา ตอนนั้นล่ะครับถึงได้เข้าใจว่าไรเดอร์น่ะต้องห้ำหั่นกันเองเพื่อสิ่งที่ตนปรารถนา ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นคิตาโอกะยังไม่ได้ฆ่าใครเลยด้วยซ้ำ เด็กที่ดูพวกเราอาจจะรู้สึกกลัว แต่มันก็คือโลกแห่งความเป็นจริงครับ ไม่มีใครแสดงออกในด้านเลวออกมา มีก็แต่หมอนี่ล่ะที่เผยธาตุแท้ของตัวตน

ฮากิโนะ : คนตรง ๆ แมน ๆ เค้าทำกันแบบนี้ล่ะ (ฮา)
โอได : อีกอย่าง คาเมนไรเดอร์ซิสเซอร์ คือตัวนึงที่ออกมาทำให้โลกของเกมดูชัดเจนขึ้นครับ เพราะหมอนั่นเป็นเคสศึกษาเลยว่าถ้าไรเดอร์ตายในโลกกระจกจะโดนมอนสเตอร์กินแบบไหน และทางไรเดอร์อิมเพเรอร์ก็เช่นเดียวกันที่แสดงให้เราเห็นว่าไรเดอร์ในโลกกระจกนั้นสลายไปยังไง

ฮากิโนะ : อย่างน้อยก็มีบทตั้งหลายตอนเนอะ
โอได : จบเศร้าครับ โดนขังในโลกกระจก ได้แต่ยืนมองแฟนตัวเองแล้วสลายไป

ฮากิโนะ : ฉากนั้นผมก็จำได้นะ
โอได : ตกลงว่านี่มันหนังเด็กจริงเหรอวะเนี่ย?

 

 

Q : อาซากุระไม่ลังเลที่จะเชือดคนอื่นทิ้ง นั่นก็ทำให้เค้าดูเป็นฆาตกรโรคจิตเต็มตัว แต่อย่างน้อยในตอนที่ 42 หมอนี่ก็ฉายแววความเป็นมนุษย์ออกมาบ้าง ตอนที่ยิ้มให้ชินจิใช่ไหมครับ?

ฮากิโนะ : ใช่ครับผม
โอได : จะมองว่าเป็นตลกร้ายก็ได้นะครับ

ฮากิโนะ : เป็นฉากเดียวในพาร์ทหลังด้วยนะครับ
โอได : จากนั้นเราก็ไม่เห็นหมอนั่นฮาอีกเลย

ฮากิโนะ : ตัวละครเทพ ๆ มักคาดเดาไม่ได้แบบนี้ล่ะครับ (ฮา)
โอได : เพราะคาแรคเตอร์ของเค้ามันเป็นตัวละครที่นึกอยากจะทำอะไรก็ทำตามใจน่ะครับ

ฮากิโนะ : มีครั้งนึงตอนที่ไปงานปาร์ตี้ของโตเอะ ผู้ใหญ่ในนั้นบอกว่า … นี่แก ซีรี่ส์นี้มันสำหรับเด็กนะ ลดความเลวลงมาหน่อยก็ได้ ผมได้ยินก็ทำอะไรไม้ถูกเหมือนกันครับ จนกระทั่งคุณชิราคุระเดินมาบอกว่า … ช่างคำพูดพวกนั้นเถอะ เล่นไปแล้วก็เลวให้สุดไปเลย … ผมก็เลย “จัดเต็ม” นั่นล่ะครับ
โอได : ชิราคุระอีกแล้วงั้นเรอะ!!!

ฮากิโนะ : ตอนนั้นเดินไปไหนใครก็กลัวครับ เคยมีคุณแม่มาขอถ่ายรูปในขณะที่ลูกยืนตัวสั่นอยู่ข้าง ๆ ผมรู้สึกน้อยใจเลยนะที่ไม่ได้เป็นพระเอกแบบคนอื่นเค้า T__T
โอได : อันนี้ผมเห็นมากับตาครับ (ฮา)

ฮากิโนะ : แต่ก็มีบางคนชอบโอจานะครับ แต่ก็ชอบแค่ตัวไรเดอร์ เพราะเวลาเค้าเห็นอาซากุระ (ตัวผม) เค้าก็เดินหนีผมเลย (ฮา)

.
.
.
.
.

Q : เพราะอาซากุระไม่รู้จักคำว่าพอรึเปล่าครับ มันมีช็อตที่แฟน ๆ จดจำกันได้ก็ตอนที่เค้านั่งกินอาหารนั่นล่ะ ตอนที่ 27 กินราเมน ตอนที่ 34 กินไข่ และตอนที่ 42 นั่งปิ้งแย้ จำฉากพวกนั้นได้บ้างรึเปล่าครับ?

ฮากิโนะ : โปรดิวเซอร์คงอยากให้คนดูเห็นว่าหมอนี่ยังคงเป็น “มนุษย์” ที่ต้องกินอาหารเหมือนชาวบ้านเค้าอยู่ล่ะครับ
โอได : แต่นั่งปิ้งแย้นี่ก็น่าสนุกเหมือนกันนะ

ฮากิโนะ : นั่นเป็นพร็อพนะเออ ทำจากยางเสียบกับเนื้อจริง ทว่าทีมงานมันเซ็ทฉากย่างไว้เรียบร้อยแล้ว พอผมพูดกับชิโร่จบ (ในฉากนั้น) ทีมงานก็บรีฟมาว่าจับใส่ปากเคี้ยวเลย … ไอ้ตรงเนื้อจริงมันโอเคนะ แต่ยางมันไหม้ไปแล้ว ตกลงว่าทีมงานแกล้งผมรึเปล่า (วะ) เนี่ย (ฮา)

 

 

Q : ส่วนตอนที่ 41 กินหอยแมลงภู่ทั้งเปลือก ….

ฮากิโนะ : ทีมงานเจ้าเก่านั่นล่ะครัย ไม่รู้แม่มแค้นอะไรผมนักหนา บรีฟมาเลยว่ากินเปลือกด้วยนะ ตอนแรกผมก็กะว่ายัดใส่ปากแล้วเคี้ยวให้ละเอียดคงไม่ยาก แต่ตอนนั้นทีมงานใจดีทุบเปลือกมาให้แล้ว ก็เลยเคี้ยวง่ายหน่อย … ตกลงว่าแกล้งผมจริง ๆ สินะ
โอได : เป็นฉากที่อาซากุระบุกมาหาคิตาโอกะถึงบ้านครับ ฉากนั้นสารภาพเลยว่าหลุดฮาไปหลายฉาก

ฮากิโนะ : พอฉายจริงก็มีใส่เสียงเอฟเฟคลงไปครับ ผมว่ามันก็เพียงพอที่จะทำให้หมอนี่ดูไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้วล่ะ (ฮา)

.
.
.
.
.

Q : ฉากที่ทั้งสองปะทะกัน ตอนไหนน่าจดจำที่สุดครับ?

โอได : ตอนที่ 40 ครับ หมอนั่นถีบใส่หน้าผม ดีว่ามีกรงมากั้นไว้ … แต่ตอนซ้อมไม่ได้ทำกันแบบนี้นี่นา
ฮากิโนะ : เล่นสดน่ะ (ฮา)

โอได : ตีนเค้าอยู่ห่างหน้าผมนิดเดียว ฉากนั้นผมกลัวจริง ๆ นะเออ
ฮากิโนะ : ขอโทษนะตะเอง

โอได : ถ้าสนใจ ลองย้อนกลับไปดูตอนที่ 40 ใหม่ได้ครับ
ฮากิโนะ : ตอนนั้นกำลังพีคครับ เลยต้องเล่นให้สุด

.
.
.
.
.

Q : คุณโอไดกลับมารับบทเดิมอีกครั้งในปี 2017 ส่วนคุณฮากิโนะก็กลับมารับบทเดิมในปีเดียวกัน ช่วยเล่าความรู้สึกให้ฟังหน่อยครับ

ฮากิโนะ : ไดอะล็อคแรกของผม “ซาบะเหรอ … หึ!” (ฮา) ทีมงานแม่มเล่นผมอีกแล้ว บรีฟมาว่าพี่กัดเน้น ๆ เลยนะ กัดเข้าไปเป็นปลาดิบไม่พอ ดันเคี้ยวยากอีกนี่สิ 15 ปีนี่ยังแค้นผมไม่หายอีกเหรอ?
โอได : ไปทำอะไรทีมงานเค้ารึเปล่าครับ ถึงได้แค้นฝังหุ่นแบบนี้

ฮากิโนะ : คราวหลังเติมซอสให้หน่อยเถอะ ขอร้อง!!!

.
.
.
.
.

Q : ในเรื่องนั่นทำทรงผม + สีผมเดิมเลยสินะครับ?

ฮากิโนะ : ตอนแรกเตรียมวิกมาครับ แต่มันดูไม่โอเท่าไหร่ ก็เลยย้อมใหม่เลย

.
.
.
.
.

Q : แล้วทางคุณโอไดล่ะครับ?

โอได : โชซุปเปอร์ฮีโร่ไทเซ็นมันเป็นเหมือนงานรวมญาติครับ ไม่ใช่แค่โซลด้าที่กลับมา แต่รวมไปถึงไรเดอร์ + เซนไตคนอื่น ๆ ด้วย ผมได้ข่าวมาว่านักแสดงนำอย่าง ฮิโรกิ อีจิมะ (เอ็กเซด) เคยดูริวคิมาก่อน เลยรู้สึกว่าตัวเองนี่แก่เนอะ (ฮา) แต่ก็ดีใจนิด ๆ ที่เห็นเด็กคนนึงที่ดูไรเดอร์มาตั้งแต่เด็ก และตอนนี้เด็กคนนั้นก็โตขึ้นมาเป็นไรเดอร์ รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกจริง ๆ ครับ

ฮากิโนะ : ผมก็ตื่นเต้นเหมือนกันครับที่ได้ยินว่า โทชิกิ เซโตะ ก็เคยดูริวคิ แถมยังชอบโอจาด้วยอีก

โอได : มันเป็นความรู้สึกภูมิใจที่ได้เห็นคนที่เคยดูเราตอนเด็ก แล้ววันนี้เค้าก็โตขึ้นมาอยู่ในบทบาทเดียวกับเรา คนสองรุ่นที่ไม่คิดว่าจะมาพบกันได้ก็ได้มาพบกันในซีรี่ส์ตอนพิเศษหรือหนังโรง มันเป็นโอกาสและความทรงจำที่วิเศษไปเลยครับผม

https://news.mynavi.jp/article/20180627-656246