ชีวิตที่สองของ เคนจิ ชิบาตะ และการกลับมาพบกันอีกครั้งของเหล่าพี่น้องโกโกไฟว์ ในรอบ 18 ปี

 

หากคุณมีชีวิตที่สดใส และอนาคตที่ดีรออยู่ข้างหน้า
แต่ทว่าวันหนึ่ง มีบางอย่างพรากมันไปจากคุณ
คุณจะจุดไฟ “ฮีโร่” ในตัวขึ้นมาได้รึเปล่า?

 

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา รายการ 爆報! THE フライデー  (บาคุโฮ! เดอะฟรายเดย์) ได้ทำให้พวกเรารู้จักชีวิตของชายคนหนึ่ง ที่สูญเสียอนาคตไปเพราะเหตุไม่คาดฝัน
ชายคนที่ว่าคืออดีตนักแสดงผู้รับบทซุปเปอร์ฮีโร่ขบวนการห้าสี ที่เคยออกฉายในช่วงปี 1999 – 2000 อย่าง “คิวคิวเซนไต โกโกไฟว์” ซึ่งเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าทำไมหลังจากจบซีรี่ส์แล้ว พวกเค้าถึงไม่มารวมตัวกันเฉกเช่นนักแสดงจากเรื่องอื่น

วันนี้เราจะได้ทราบคำตอบ และเหตุผลอันน่าตกใจกันแล้วครับว่าเกิดอะไรขึ้นกับชายที่ชื่อว่า “เคนจิ ชิบาตะ” (ไดมง ทัตสึมิ/โกเยลโล่) คนที่เป็นเหตุผลของการไม่กลับมารวมตัวกันของนักแสดงจากขบวนการกู้ภัยเรื่องนี้

 


 

  • เค้าเป็นใคร?

“เคนจิ ชิบาตะ” เกิดเมื่อ 4 ตุลาคม 1975 เป็นคนที่ชื่นชอบหนังแปลงร่างมาตั้งแต่ยังเด็ก และเมื่ออายุได้ 24 ปี ก็ทำตามความฝันของตนด้วยการเข้าไปออดิทชั่นในซุปเปอร์เซนไตเรื่องใหม่ที่กำลังจะฉายในช่วงนั้น ซึ่งเค้าก็ทำได้สำเร็จ จนกลายเป็นนักแสดงผู้รับบท “ไดมง คัทสึมิ” น้องชายคนที่ 4 ของครอบครัวหน่วยกู้ภัย และโกเยลโล่ จากขบวนการหน่วยกู้ภัยโกโกไฟว์ ซึ่งออกฉายในปี 1999 – 2000

ในช่วงที่เค้าเป็นนักแสดงก็ยังตั้งวงดนตรีอินดี้ขึ้นมากับเพื่อนในชื่อว่า 「裸族」 แม้ผลงานจะไม่ได้เป็นกระแสและถูกพูดถึงมากนัก ทว่าฝีมือการแต่งเพลงของเค้าก็ยังได้รับการยอมรับจากผู้ฟังว่าไม่เป็นรองใครเลยทีเดียว ชีวิตที่เหมือนจะดูสดใสและมีแต่อนาคตรออยู่ข้างหน้า กลับต้องมาพบกับเหตุไม่คาดฝัน …

 

 

  • เกิดอะไรขึ้น?

ในช่วงปลายปี 1999 ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับการปิดกล้องของกองถ่ายซีรี่ส์โกโกไฟว์ ชิบาตะพบความผิดปรกติของร่างกายเกิดขึ้นในบริเวณซีกขวาทั้งหมด เช่นอาการมือสั่นแบบไม่รู้ตัว หรือการเห็นภาพซ้อนโดยเฉพาะตาขวา เมื่อปรึกษาแพทย์ก็พบว่าเค้ามี “เนื้องอกในสมอง” ที่อยู่ในจุดเดียวกับระบบประสาท อีกทั้งก้อนเนื้อดังกล่าวนั้นไม่สามารถผ่าออกได้เพราะมีอัตราเสี่ยงต่อชีวิตมากเกินไป

 

 

คุณชิบาตะตัดสินใจเข้ารับการรักษา โดยเป็นช่วงเดียวกับที่ซีรี่ส์ได้จบลงไปแล้ว (เข้าใจว่าเป็นช่วงหลังถ่ายทำกาโอเรนเจอร์ VS ซุปเปอร์เซนไต) เจ้าตัวต้องใช้สเตียรอยด์ตามคำแนะนำของแพทย์ แต่ผลที่ตามมาก็คือสภาพหน้าตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เค้าตัดสินใจหันหลังให้วงการบันเทิง รวมไปถึงการติดต่อกับเพื่อนนักแสดงทั้งหมด

 

 

หลังเข้ารับการผ่าตัดเพื่อบายพาสเส้นเลือดในสมองกว่า 5 ครั้ง คุณชิบาตะต้องสูญเสียการควบคุมร่างกายบางส่วนไป การเคลื่อนไหวและการสื่อสารเป็นไปด้วยความลำบาก และกลายมาเป็นผู้พิการในกลุ่มที่ 3 ตามหลักประกันสังคมญี่ปุ่น นั่นหมายความว่าอนาคตในวงการบันเทิงนั้นได้หมดลงไปโดยสิ้นเชิง

 

 

กระนั้นความโชคร้ายก็มาเยือนอย่างไม่จบสิ้น เมื่อต้องเผชิญกับอาการกระดูกสะโพกตาย ซึ่งเป็นผลจากการใช้ยาในการรักษาเนื้องอกในสมองดังกล่าว คุณชิบาตะจึงต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อใส่กระดูกสะโพกเทียม ส่งผลให้การเคลื่อนไหวทำได้ลำบากมากไปกว่าเดิมอีก

 

 

 

  • ชีวิตหลังจากนั้น

ด้วยจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ แม้ว่าร่างกายซีกขวาจะใช้งานได้ไม่เต็มที่ แม้การเคลื่อนที่ไปข้างหน้าต้องใช้รถเข็นอยู่ก็ตาม คุณชิบาตะก็พยายามแสดงให้ทุกคนเห็นว่าตัวของเค้าก็มีคุณค่า ไม่ใช่เพียงคนพิการที่นั่งรอความตายอย่างหมดหวัง เค้าออกเดินสายให้ความรู้แก่ผู้ประสบเหตุด้วยอาการแบบเดียวกับเค้า รวมไปถึงการสอบใบขับขี่สำหรับคนพิการได้สำเร็จ

 

และในปัจจุบัน เค้าทำงานเป็นผู้ช่วยคุณครูในโรงเรียนอนุบาลของจังหวัดคานางาวะ  และเพิ่งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูปฐมวัยเมื่อไม่นานมานี้

 

 

  • เมื่อพี่น้องได้กลับมาพบกันอีกครั้ง

18 ปีที่คุณชิบาตะได้พบกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิต และหันหลังให้กับการรวมตัวกันของเหล่านักแสดงเฉกเช่นซุปเปอร์เซนไตซีรี่ส์อื่น ไม่ใช่เพราะเวลาที่ไม่ตรงกันเพียงอย่างเดียว แต่เพราะความรู้สึกลึก ๆ ที่บอกกับตัวเองว่าเค้านั้น “ไม่เหมือนคนเดิม” อีกต่อไปแล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลให้การกลับมาพบกันของเพื่อนนักแสดงจึงไม่มีวันเกิดขึ้น

 

แต่ทว่าทางรายการได้เปิดประตูที่ปิดอยู่ในใจนั้นออกมา ด้วยเชิญคุณชิบาตะไปยังสถานที่ถ่ายทำโกโกไฟว์เมื่อ 18 ปีก่อน และเซอร์ไพรส์ด้วยการนำเพื่อนนักแสดงอีก 4 คนที่เหลืออย่าง เรียวอิจิ นิชิโอกะ (โกเรด), มาซาชิ ทานิงุจิ (โกบลู), อัทสึชิ ฮาราดะ (โกกรีน) และ โมนิกะ ซาคากุชิ (โกพิงค์) มาพบโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า โดยทางรายการนั้นได้ถามความรู้สึกของคุณชิบาตะ ก่อนจะได้พบกับเพื่อนนักแสดงถึงความรู้สึกของตนที่มีต่อโกโกไฟว์ว่าเป็นอย่างไร

 


“พวกเค้าเปรียบเสมือนพี่น้อง พี่น้องที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ครับ”

 


ทีมงานปิดไฟให้มืดลง ก่อนจะฉายแสงไฟไปยังกลุ่มเพื่อนนักแสดงที่มาปรากฏตัวต่อหน้าเค้า

 


“โกโกไฟว์น่ะมีห้าคน ถ้าไม่ครบห้าคนจะเป็นโกโกไฟว์ได้ยังไงกันล่ะ !!!”

รอยยิ้มเมื่อ 18 ปีก่อนได้กลับมาอีกครั้ง และครั้งนี้มันจะคงอยู่ตลอดไป เพราะปมในใจได้ถูกคลายออกมาโดยสิ้นเชิงแล้ว จากนี้คุณชิบาตะก็อาจจะกลับมาให้แฟน ๆ ได้เห็นหน้าบ่อยขึ้น พร้อมกับแรงใจจากเพื่อนนักแสดงที่ทำให้เค้าได้รู้ว่าทุกคนไม่เคยทิ้งกัน และขบวนการโกโกไฟว์ ก็จะกลับมาครบ 5 คนเหมือนเช่นที่เคยเป็นแบบเดียวกับความทรงจำของผู้ชม

 


 

  • เพิ่มเติม

1. คุณชิบาตะเล่นโซเชี่ยลเน็ทเวิร์คอยู่ครับ ทั้ง Blog ส่วนตัวและ Facebook แฟน ๆ สามารถส่งกำลังใจไปหาได้ที่นี่ https://www.facebook.com/kenji.shibata.98871
และบล็อคส่วนตัวที่นี่ https://plaza.rakuten.co.jp/kingkenji

2. ปัจจุบันคุณนิชิโอกะ (โกเรด) เปิดร้านแต่งรถมอเตอร์ไซค์ / คุณฮาราดะ (โกกรีน) เปิดบาร์ส่วนตัว ส่วนคุณซาคากุชิ (โกพิงค์) และคุณทานิงุจิ (โกบลู) ทั้งสองยังอยู่ในวงการ … คนหลังก็พี่จินอะมาซอนส์อัลฟ่านั่นเอง

3. สามารถชมรายการดังกล่าวได้เต็ม ๆ ที่นี่ >>> https://www.facebook.com/JHERODOTCOM/videos/10155966553999862/?t=1786

 

 

  • เกร็ดความรู้ที่ไม่ต้องรู้ก็ได้

– ขบวนการสุดท้ายที่ชื่อเรื่องลงท้ายด้วย “ไฟว์”

– เป็นขบวนการที่ 2 ที่ใช้พี่น้อง 5 คน เป็นตัวละครหลักในการดำเนินเรื่อง ซีรี่ย์แรกคือไฟว์แมนในปี 1990

kyukyu ในชื่อขบวนการ ถ้าเป็นตัวเลขในภาษาญี่ปุ่น kyu นั้นแปลว่า 9 รวมกันเป็น 99 ซึ่งจะตรงกับปีที่ซีรี่ย์นี้ออกอากาศพอดี นั่นคือในปี 1999

– และคำว่า 救急 อ่านว่า kyukyu คำเดียวกับในชื่อขบวนการ แปลว่า การปฐมพยาบาล และ ฉุกเฉิน ซึ่งสอดคล้องกับการกู้ภัยที่ปรากฏในเรื่อง

– พี่น้องทั้ง 5 คน ทำอาชีพเกี่ยวกับทางราชการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน่วยกู้ภัย นักดับเพลิง นักบินทางอากาศ ตำรวจ นางพยาบาล

– ตระกูลทัตสึมิ มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะตามท้องเรื่อง ซึ่งเป็นตระกูลของพี่น้องทั้ง 5 คน ทำอาชีพเกี่ยวการบรรเทาสาธารณะภัยมาเป็นรุ่นสู่รุ่น

– โดนพ่อยื่นใบลาออกทั้ง 5 คน เพื่อมาเป็นโกโกไฟว์ (เผด็จการ)

– แต่ในตอนอวสานกลับไปทำอาชีพเดิม

– ครอบครัวโกโกไฟว์มี พ่อ แม่ ลูก 5 คน

– หัวหน้าทีมคือ มาโตอิ พี่ใหญ่ ที่ได้เป็นเพราะเผด็จการพวกน้องๆ แต่มอนโดผู้เป็นพ่อมองว่ามาโตอิเป็นพี่ใหญ่ที่รับผิดชอบสูงกว่าใครๆถึงตั้งตัวเองเป็นหัวหน้า (เผด็จการอยู่ดี)

– มักถูกเรียกว่า มาโตอิจอมเผด็จการ /เคยได้ยินแฟนๆบ้านเราเรียก พี่เถิกจอมเผด็จการ

– คอนเซปต์หลัก เน้นไปที่การบรรเทาสาธารณะภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามักจะพบในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอัคคีภัย แผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟปะทุ ซึ่งภัยต่างๆ โดยเฉพาะแผ่นดินไหว มักจะพบบ่อย ๆ ในญี่ปุ่น

– คอนเซปต์การกู้ภัย ถูกยกประเด็นมาจากมาตรการฉุกเฉิน ในปี 1991 และกฏหมายพื้นฐานเกี่ยวกับการฟื้นฟูเหตุการณ์แผ่นดินไหวฮันชินในปี 1995 ผนวกเข้ากับการดำเนินเรื่องด้วยตัวละครหลักที่ทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับก่ีบรรเทาสาธารณะภัย เป็นพี่น้องทัตสึมิ 5 คน และอาชีพเหล่านี้ยังเป็นอาชีพที่มีคนสนใจในการประกอบอาชีพเพิ่มมากขึ้นด้วย และตั้งใจให้ออกอากาศปี 99

 

– ยูนิฟอร์มจะเป็นแจ๊คเกตกันไฟสีส้ม ด้านหลังเขียน Super Rescue Lab ต่างกันแค่อาร์มติดเสื้อ

– ในการปราบปีศาจ มักจะมีการใช้หลักวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยอยู่เสมอๆ

– รหัสแปลงร่างของโกโกไฟว์คือ 着装 (Chakuso) หรือ สวมใส่ แต่บ้านเราพากษ์ง่าย ๆ ว่าแปลงร่างไปเลย

– ฉากแปลงร่างยังเป็นลักษณะคล้าย ๆ กับสวมเสื้อแจ๊คเกต

– ชุดแอนติบอดี้ฮาซาร์ดของแต่ละคน ถูกบรรจุข้อมูล และความสามารถตามที่ผู้สวมใส่ถนัด ตัวอย่างเช่น ของเรด ชุดจะมีถังออกซิเจนมากที่สุด และทนทานความร้อนและเย็นได้มากที่สุด

– ซีรี่ย์นี้มีมุมมองของหน้ากากถึง 2 แบบ คือแบบปกติที่เราเห็นได้ตามเซ็นไทซีรี่ย์ทั่วไป และแบบที่สามารถมองเห็นหน้าของนักแสดงได้

– ชื่ออาวุธเกือบทุกชนิด มักจะขึ้นต้นด้วย ไฟว์ วี (V) และ โก Go โดยตัว V เป็นเลขโรมันจะหมายถึงเลข 5 ส่วน โก ถ้าเป็นภาษาญี่ปุ่น จะออกเสียงโก ซึ่งแปลว่า 5 เช่นกัน

– วิคตอรี่โรโบ หุ่นรบตัวแรก ใช้การรวมร่างเชิงกล คือการใช้กลไกของยวดยานพาหนะในการรวมร่าง ไม่ว่าจะเป็นการใช้สลิงจากยานกรีนโฮเวอร์ หรือแม้แต่มือของเรดเรเดอร์

– โกไลเนอร์เป็นยานรบที่ได้แบบจากรถไฟขบวนการแรก

– บินในอวกาศได้ด้วยสเปซชัทเทิลของ แม๊กชัทเทิล รวมกันเป็นสเปซโกไลเนอร์

– หุ่นยนต์รบตัวที่่ 2 แกรนด์ไลเนอร์ เป็นหุ่นยนต์รบตัวแรกในซุปเปอร์เซ็นไทซีรี่ส์ ที่ได้แบบจากรถไ

– มีใครฟังเพี้ยน ๆ แบบผมรึเปล่า ท่าไม้ตายของหุ่นแกรนด์ไลเนอร์คือท่าแกรนด์สตรอม แต่พากษ์ไทยเรียก แกรนด์ซอร์ด = =

– เบย์แอเรีย 55 ตั้งอยู่บริเวณอ่าวโตเกียว

– ไลเนอร์บอย ตามท้องเรื่องถูกดร.มอนโด เรียกว่านักรบคนที่ 6 ด้วยประโยคที่ว่“นักรบคนที่ 6 ไม่จำเป็นต้องเป็นมนุษย์เสมอไป”

– ไลเนอร์บอย ถึงแม้ตามท้องเรื่องจะถูกเรียกว่านักรบคนที่ 6 ตามชื่อตอน แต่ยังไงเขาก็ยังเป็นหุ่นยนต์ ไม่ได้เป็นนักรบหลัก

 

– นักรบคนที่ 6 นั้นมีเฉพาะฝั่งพาวเวอร์เรนเจอร์ นั่นก็คือ ไททาเนียมเรนเจอร์ สีเงิน

– มาร์สแมชชีน คือยานรบที่ใช้กู้ภัยนอกโลกก็จริง แต่ถูกนำมาปฏิบัติการนอกโลกเพียง 2 ตอนเท่านั้น

– ไลเนอร์บอย และ แม๊กซ์วิคตอรี่โรโบ เป็นหุ่นยนต์ 2 ตัวแรก ที่มีการนำโซล่าเซล หรือเซลล์แสงอาทิตย์มาใช้เป็นพลังงานของหุ่น

– แม๊กซ์วิคตอรี่โรโบ สามารถใช้แม๊กซ์โนวา ซึ่งเป็นท่าไม้ตายของหุ่นได้ก็ต่อเมื่อดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังโจมตีของปีศาจเท่านั้น ในการชาร์จพลังแสงอาทิตย์กินเวลานาน

– แม๊กซ์วิคตอรี่โรโบตัวที่ 2 แม๊กซ์วิคตอรี่โรโบแบล๊คเวอร์ชั่น หรือ ซิกม่าโปรเจค คือหุ่นยนต์ที่ใช้การควบคุมด้วยจิตสำนึก และความรู้สึกของนักบิน

– แม๊กซ์วิคตอรี่โรโบแบล๊คเวอร์ชั่น เป็นหุ่นยนต์ตัวแรกในตระกูลแบล๊คเวอร์ชั่นที่ได้ปรากฏตัวในทีวี และถูกผลิตเป็นของเล่น (หุ่นตระกูลแบล๊คเวอร์ชั่นตัวแรกคือไดจูจิน จากจูเรนเจอร์ในปี 1992)

– แม๊กซ์วิคตอรี่โรโบแบล๊คเวอร์ชั่น เป็นหุ่นตัวสุดท้ายที่โกโกไฟว์เหลืออยู่ก้จริง แต่ใน ไทม์เรนเจอร์ ปะทะ โกโกไฟว์ ไม่ได้กล่าวถึงมันเลยแม้แต่น้อย

– ในซีรี่ย์เกือบจะได้เห็นนักรบคนที่ 6 เป็นผู้หญิงแล้ว นั่นคือ ฮายาเสะ เคียวโกะ

– แต่ถึงยังงั้นเคียวโกะเคยได้สวมชุดโกเรดด้วยนะ แม้จะเป็นในฝันของมาโตอิก็เถอะ

– แต่ในวีซีนีม่า เคียวโกะได้รับพลังจากจี๊ค และกลายเป็นจี๊คแจนนู

– เผ่าอสูรไซม่า เป็นกลุ่มศัตรูที่ใช้คอนเซปต์เดียวกับพี่น้องโกโกไฟว์ คือ เป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน

– ดรอป หรือซาลามันเดส น้องเล็กสุด เป็นตัวละครเผ่าไซม่า ที่เราได้เห็นการเติบโตของตัวละครตลอดเรื่อง ตั้งแต่ทารก ร่างเต็มวัย และร่างสุดยอด

– กลุ่มศัตรูมีการหักหลังกันเอง เพราะราชินีแกรนดดีน ผู้เป็นแม่ยุยงให้พี่น้องหักหลังกันเอง

– การเรียกตัวปีศาจ เพิ่มพลัง และขยายร่าง ทำโดยการใช้ไพ่ปีศาจ

– ในช่วงกลางๆเรื่อง ปีศาจของไซม่าที่ถูกเพิ่มพลังจะมีรูปลักษณ์แตกต่างไปจากเดิม ด้วยโกเร็มการ์ด

– เป็นขบวนการเดียวที่ได้แท๊กทีมกับไทม์เรนเจอร์ เพราะหลังจากกาโอเรนเจอร์ไป นักแสดงไทม์เรนเจอร์ติดภาระกิจของตัวเอง เลยเกิดเป็นกาโอเรนเจอร์ปะทะซุปเปอร์เซ็นไทมาแท

– ปรากฏการณ์ แกรนด์ครอสที่เกิดขึ้นในเรื่อง เป็นปรากฏการณ์ที่นอสตราดามุสทำนายเอาไว้ในศตวรรษที่ 16 ว่าจะเกิดวันสิ้นโลกในเดือนกรกฏาคม ปี 1999 ซึ่งตรงกับปีที่ออกอากาศพอดี

– แกรนด์ครอส อันนี้ตามหลักดาราศาสตร์ เป็นปรากฏการณ์ที่ดาวเคราะห์ ตั้งแต่ดาวพุธ ถึงพลูโต อยู่ล้อมรอบโลก 4 มุมเป็น 4 เหลี่ยม

– ซีรี่ย์นี้ มีนักพากษ์จากอีวานเกเลี่ยนร่วมแสดงด้วย คือ ยูโกะ มิยามุระ พากษ์เสียงเป็น อาสึกะ แลงเกรย์ และพากษ์เสียงตัวละครนี้จนถึงปัจจุบัน

ชินอิจิ อิชิฮาร่า นักร้องเพลงเปิด และอีกหลายเพลงให้กับซีรี่ย์นี้ เคยมาเป็นแขกรับเชิญให้ในตอนที่ 45

– วาดะ เคอิจิ นักแสดงจากไดเรนเจอร์ มารับบทเป็น ฮันเตอร์จี๊ค ใน OVA ของโกโกไฟว์ด้วย

– นักแสดงทั้ง 5 คนเกิดในช่วงยุค’70 ทั้งหมด แก่สุดคือชิบาตะ เคนจิ ไดมอน/ โกเยลโล่ ในปี 1975 และอ่อนที่สุด ชิบาตะ คาโยโกะ มัตสึริ/โกพิงค์ ในปี 1980

– คนที่รับบททัตสึมิ มอนโด คือ ไมค์ มากิซัง ศิลปินเพลงโฟล์คซองตั้งแต่ยุค’60

– ชิบาตะ เคนจิ กลับมารับบท ทัตสึมิ ไดมอน /โกเยลโล่ ครั้งสุดท้ายใน กาโอเรนเจอร์ ปะทะ ซุปเปอร์เซ็นไท

 

– ถ้าปีนั้น “โจ โอดากิริ” ไม่งอแงกับเอเจนซี่ เราอาจจะได้เห็นเค้ารับบทโกบลู หรือโกเยลโล่ไปแล้ว เพราะเจ้าตัวเคยออดิทชั่นในโกโกไฟว์ แต่ปฏิเสธไปเพราะไม่อยากทำท่าแปลงร่าง … สุดท้ายพอถูกเอเจนซี่กดดันหนัก เลยต้องมารับบท “โกได ยูสุเกะ” หรือคาเมนไรเดอร์คูกะนั่นเอง

– ในประเทศไทยไม่ได้นำเรื่องนี้มาออกอากาศทางโทรทัศน์ แต่ภายหลังถูกนำไปออกอากาศทางช่อง Gang Cartoon

 

– และในประเทศไทยอีกเช่นกัน บริษัทโรสมีเดีย หรือชื่อเดิมในสมัยนั้นคือ โรสวีดีโอ ได้สิทธิ์ของซีรี่ย์นี้มาเป็นซีรี่ย์แรก และตอนอื่น ๆ ด้วยทั้ง โกโกไฟว์ ปะทะ กิงกะแมน, ไทม์เรนเจอร์ ปะทะ โกโกไฟว์ และ โกโกไฟว์ ปะทะ ยอดนักรบคนใหม่ โดยไม่ได้ร่วมมือกับไทก้า และเป็นผู้นำเข้าลิขสิทธิ์ซุปเปอร์เซ็นไทซีรี่ยส์เรื่อยมาจนปัจจุบัน

– ออกเป็น VCD จำนวน 25 แผ่นจบ และออกเป็น DVD จำนวน 2 แผ่นจบ